|
พระหางหมาก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
|
||||||||||||||||
|
||||||||||||||||
![]() ส่งข้อความ
|
||||||||||||||||
ชื่อร้านค้า
|
เอราวัณ | |||||||||||||||
โดย
|
Erawan | |||||||||||||||
ประเภทพระเครื่อง
|
พระเกจิทั่วไป | |||||||||||||||
ชื่อพระ
|
พระหางหมาก หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง |
|||||||||||||||
รายละเอียด
|
พระหางหมากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ออกวัดท่าซุง ปี 33 พระหางหมาก(หางพลู) พระหางหมากหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี กว้าง 1.9 เซนติเมตร สูง 2.6 เซนติเมตร พระหางหมาก เป็นพระเนื้อผงที่มีส่วนผสมของ หางหมากพลูที่เหลือจากการเสกหมากฉันของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ นำมาบดเป็นผง ผสมเป็นมวลสารสำคัญในเนื้อพระ พระหางหมาก มีพิมพ์ด้านหน้าคล้ายหลวงพ่อโสธร ส่วนด้านหลังมีรูปหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เนื้อสีแดงอมส้ม แบบสีปูนกินหมาก เข้าพิธีพุทธาภิเษกในงานเป่ายันต์เกราะเพชร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2533 จำนวนการสร้าง 1,000,000 องค์ พระหางหมากมีหลายพิมพ์ ดังนี้ 1. พระหางหมากพิมพ์ 2 จุด 2. พระหางหมากพิมพ์ 3 จุด 3. พระหางหมากพิมพ์ฐานจุด 4. พระหางหมากพิมพ์หน้าลาย 5. พระหางหมากพิมพ์ข้างขีด ฐานจุด 6. พระหางหมากพิมพ์ตาจุด(เนตรจุด) พระหางหมากใช้บูชาเพื่อให้เกิดผลทางโชคลาภ และใช้คุ้มครองป้องกันภัย คงกระพันชาตรี พระหางหมากควรใช้คู่กับพระคำข้าว จะยิ่งดี หลวงพ่อได้กล่าวเอาไว้ วิธีอาราธนาพระหางหมาก คำอาราธนา ให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหมด รวมทั้งเทวดาและพรหม ครูบาอาจารย์ทั้งหมด มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อ.เสนา จ.อยุธยา เป็นที่สุด แล้วตั้งนะโม ๓ จบ ปฏิบัติตามปกติว่าอิติปิโส ๑ จบ หลังจากนั้นให้อธิษฐานเอาตามประสงค์ เมื่ออธิษฐานแล้ว ปลุกด้วย คาถาปลุกพระของหลวงพ่อปานว่า “อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ขอเดชะ เดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่มะอะอุนี้เถิด ประวัติความเป็นมาของพระหางหมาก หลวงพี่ประทีป หลวงพี่บัญชา อาตมา(หลวงพ่อวิรัชวัดธรรมยาน) ปรึกษากันสร้างพระหางหมาก เพราะคนมารอพระคำข้าวต้องรอออกพรรษา (รอหลวงพ่อเสกข้าวในพรรษา ๓ เดือน) จึงปรึกษากับหลวงพ่ออนันต์ ท่านเห็นดีด้วย จึงให้ท่านกราบเรียนถามหลวงพ่อเลย . หลวงพ่อเห็นดีด้วยเรื่องสร้างพระหางหมาก ก็ถามอาตมาว่า จะเอาแบบไหนดี ตอบว่าเอาพิมพ์สมเด็จโต (สมเด็จ ๓ ชั้น) หลวงพ่อว่า ” ดี ให้เอาสีชมพู จะได้เข้ากับสีจีวร” . ขณะหลวงพ่อนั่งรับแขก หลวงพ่อเรียกอาตมาเข้าพบ พูดว่า “พระหางหมากเปลี่ยนเป็นพระยืน ๓๐ ศอกดีไหม?” ก็ตอบว่า “ดีครับ” . “แต่ให้ท่านนั่งลงนะ” ตอบว่า “ครับ” . อาตมาก็มานั่งคิดว่า แล้วท่านอุ้มบาตรอยู่จะทำอย่างไร ? พอหลวงพ่อเลิกรับแขก ลุกขึ้นยืนจะไปเข้าห้องน้ำ อาตมาก็เข้าไปถามหลวงพ่อว่า . “หลวงพ่อครับ หลวงพ่อจะให้ทำพระหางหมากพิมพ์พระยืน ๓๐ ศอก แต่ให้ท่านนั่งลง แต่ท่านอุ้มบาตรอยู่ จะทำไงครับ ต้องให้ท่านอุ้มบาตรด้วยหรือเปล่าขอรับ? ” . ไม้เท้าลอยมา โป๊ก! มึนเลย ท่านยืนหัวเราะ บอกว่า . “แกจะโง่ให้ท่านอุ้มบาตรอยู่ทำไม ก็เอาบาตรออกซิ” . ก็นึกขึ้นได้ว่า ที่หลวงพ่ออนุญาตให้สร้างแบบสมเด็จโต เพื่อรักษากำลังใจลูกศิษย์ (พวกเรา) จึงคล้อยตามไปก่อน จึงนึกย้อนไปได้ว่า เคยมีคนมาถามหลวงพ่อว่า . “ทำไมหลวงพ่อไม่สร้างพระขี่ครุฑ ขี่ไก่ แบบหลวงพ่อปานบ้าง ?” หลวงพ่อเลยตอบว่า “สร้างไม่ได้หรอก เป็นการตีเสมอครูบาอาจารย์ เป็นการไม่สมควร” . นี่หลวงพ่อก็เคารพสมเด็จโตเป็นครูบาอาจารย์เช่นเดียวกัน เพราะว่าการสร้างพระคำข้าว หลวงพ่อก็ให้สร้างแบบจำลองพระประธานในวิหาร ๑๐๐ เมตร ซึ่งเป็นพระคำข้าวองค์แรกของวัดท่าซุง . ดังนั้น จึงสรุปได้ว่า หลวงพ่อให้เราเอาแบบพระพุทธรูปในวัดท่าซุงเป็นแบบ ไม่ต้องเลียนแบบที่อื่นเขาด้วย หลังจากพิธีพุทธาภิเษกที่วิหารแก้ว ๑๐๐ เมตร “หลวงพ่อ” เมตตาเล่าให้ฟังว่า . “สมเด็จองค์ปัจจุบันเสด็จมาเป็นประธานเอง ระหว่างปลุกเสกมองไปเห็นสมเด็จหางหมาก แต่ละองค์เปล่งแสงสว่างจ้ายิ่งกว่าดวงไฟ ๑๐๐ แรงเทียนซะอีก…” อานุภาพพระหางหมาก “. … และก็พระที่ทำคราวนี้นะ บอกอานิสงส์ไว้ก่อนนะ ตามคำหนังสืออธิบายหนะมีอยู่แล้ว ให้ทุกคนปฏิบัติตามหนังสือที่อธิบายไว้ แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ยังไม่อธิบาย คือว่าเมื่อเช้ามืด เวลาตีห้า พระพุทธเจ้าบอกว่า #การปลุกเสกพระคราวนี้เรื่องรังสีต่างๆไม่ต้องวิตกกังวล ท่านทำภาพให้ดู ว่าคนที่มีพระอยู่แล้ว #รังสีเข้ามากลุ้มเข้ามาห่างประมาณ4เมตรจะถอยกลับทันที ถ้างั้นก็ทุกคนไปรับจ้างรบที่อิรัคได้นะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องใช้หน้ากากกันแก๊ซพิษคุณหมอ ไม่ต้องใช้ยา…. … ความจริงพระทั้งสองอย่างนี่ทำได้ยาก สำหรับพระหางพลูนี่ ก็ใช้เสกหางพลูกันมาเป็นปี หางพลูเวลาฉันครั้งหนึ่งก็เสกครั้งหนึ่ง ทั้งพระคำข้าว พระคำข้าวนี่ต้องเสกข้าวถึงสามเดือน แล้วจึงเข้าพิธีพุทธาภิเษก สำหรับพระคำข้าวเวลานี้ไม่เหลือแล้ว ลองทำดูแสนองค์ คิดว่าแสนองค์จะหมดซักห้าปี เอาจริงๆจังไม่เต็มเดือนหมดไปแล้ว สำหรับพระหางพลูนี่มีอยู่ประมาณหกแสนองค์กว่าๆ หกแสนองค์กว่านี่ก็ลงทุนไม่น้อย บรรดาญาติโยมพุทธบริษัท ด้วยเจตนาของพระพุทธเจ้าท่าน ที่พระทำยาก ยากมาก เพราะต้องใช้เวลาเป็นปี แต่ว่าตั้งราคาไว้น้อย ก็เพื่อเป็นการสงเคราะห์บรรดาภิกษุสามเณรทั้งหลายตามวัดต่างๆ หากว่าท่านจะรับไปในราคาองค์ละ 10 บาท ท่านอาจจะให้ญาติโยมพุทธบริษัทใกล้ๆวัดนั้นไปทำบุญองค์ละ 30 บาท 50 บาทก็ทำได้ มีความประสงค์อย่างนั้น ถ้าจริงๆแล้วพระแบบนี้เค้าไม่จำหน่ายสิบบาทยี่สิบบาทหนะ มันต้องร้อยบาทขึ้นไป รวมความว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระหางพลูกับพระคำข้าว ทุกอย่างมีผลคล้ายคลึงกัน แต่ทว่าพระหางพลูค่อนข้างจะไปทางด้านบู๊มากกว่า งั้นห้อยไว้ทั้งสององค์หนะดี พระคำข้าวไปหาลาภ ลาภมาก #พระหางพลูนี่ก็ลาภมากแต่ว่าหนักไปทางต่อสู้ #นั่นก็หมายความว่าถ้าเค้าลือว่ารังสีหรือวัตถุเคมีอาวุธเคมี #มีที่ไหนถ้ามีพระหางพลูติดไปท่านจะไม่มีอันตรายจากวัตถุเคมีอันนั้น… ” ถอดคำพูดขององค์หลวงพ่อในคราวปลุกเสกพระหางหมาก 24 สิงหาคม 2533 หมายเหตุ พระคำข้าวหนึ่งแสนองค์ในที่นี้ หมายถึง พระคำข้าวรุ่น1 ซึ่งสร้างจำนวน 1 แสนองค์ |
|||||||||||||||
ราคา
|
โชว์ | |||||||||||||||
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
|
0871914956 | |||||||||||||||
ID LINE
|
0871914956 | |||||||||||||||
จำนวนการเข้าชม
|
12 ครั้ง | |||||||||||||||
บัญชีธนาคารที่ใช้ยืนยันตัวตน
|
ธนาคารกรุงไทย / 554-0-03095-8 ธนาคารทหารไทย / 599-2-12771-1 ธนาคารทหารไทย / 057-2-76735-8
|
|||||||||||||||
|
| ||||||||||||||||